ผู้เขียน หัวข้อ: หมูหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน ยุค 24..ต้นๆ ประกวดมาแล้ว  (อ่าน 5325 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ N2

  • Administrator
  • นักโพสระดับเทพ
  • *****
  • กระทู้: 1,708
  • นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อนย่อมขึ้นสู่ที่สูงลำบาก
หมูหลวงพ่อเฮง  วัดเขาดิน  เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล
อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย
 

ออฟไลน์ ครูเพชร

  • Administrator
  • นักโพสระดับเทพ
  • *****
  • กระทู้: 17,816
  • < SANDY >
Re: หมูหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน ยุค 24..ต้นๆ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 09:54:10 AM »
เครื่องรางของขลัง งาแกะ หลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน จ.นครสวรรค์
เนื้อความโดย : ตั้มศรีวิชัย  บทความจากข่าวสด  my41


สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ถ้าเราพูดถึงเครื่องรางของขลังงาแกะแล้วส่วนมากก็จะนึกถึงหลวงพ่อเดิม
แต่ถ้าพูดถึงหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน ซึ่งเป็นคนละคนกับอาจารย์เฮงนะครับ
อาจารย์เฮงท่านเป็นศิษย์ฆราวาสของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ ส่วนหลวงพ่อเฮงท่านเป็นพระสงฆ์
เจ้าอาวาส วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์


หลวงพ่อเฮงท่านได้ทำเครื่องรางของขลังจำพวกงาแกะไว้หลายอย่าง แต่ก็ค่อนข้างหาได้ยากมากในปัจจุบัน
วันนี้เราจะมาพูดถึงหลวงพ่อเฮง วัดเขาดินกันครับ

หลวงพ่อเฮง วัดเขาดินท่านเกิดปี พ.ศ. 2402 ที่บ้านมหาโพธิ์ ตำบลมหาโพธิ์ อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์
โยมบิดาชื่อโยมสังข์ โยมมารดาชื่อโยมเปี่ยม พอหลวงพ่อเฮงเกิดมาครอบครัวก็มีฐานะดีขึ้นตามลำดับ
โยมบิดามารดาจึงตั้งชื่อให้ว่า "เฮง" ท่านมีนิสัยเมตตาต่อสัตว์และชอบให้ทานแก่สัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ

ขนาดโยมบิดาให้ไปเฝ้านา ท่านเห็นนกมากินข้าวก็ยังไม่ยอม ไล่ เพราะท่านถือว่าเป็นการให้ทานแก่นก
หลวงพ่อเฮง วัดเขาดินท่านเป็นคนที่รักการศึกษา เมื่อมีเวลาว่างจะไปหาหลวงพ่อทับ วัดมหาโพธิ์
ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังในสมัยนั้น เพื่อให้สอนวิชาให้ คือวิชาแพทย์แผนโบราณ คชศาสตร์
และวิทยาคมต่างๆ พออายุได้ 12 ปี ท่านก็ขอโยมบิดามารดา บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดมหาโพธิ์ใต้
อยู่ได้ 4 พรรษาก็ลาสึกออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ

พออายุครบบวชในปี พ.ศ.2423 หลวงพ่อเฮงจึงได้อุปสมบท ที่วัดมหาโพธิ์ใต้
โดยมีพระครูกิ่ม เจ้าอาวาส วัดมหาโพธิ์ใต้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัย
ตลอดจนวิชาโหราศาสตร์ และวิทยาคมต่างๆ อีกมากมายจากพระอาจารย์กิ่ม

และที่วัด มหาโพธิ์ใต้ยังเป็นแหล่งรวบรวมวิชาการและตำราต่างๆ ไว้มากมาย อีกทั้งพระอุโบสถ
ของวัดก็เป็นพระอุโบสถแบบมหาอุด ซึ่งเป็นที่ปลุกเสกเครื่องรางของขลังได้ยอดเยี่ยม และมีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี

วัดมหาโพธิ์ใต้ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง จึงมีพระเกจิอาจารย์ที่ออกธุดงค์มาแวะพักอยู่เสมอๆ
หลวงพ่อเฮงจึงได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ จากพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นไปด้วย

ต่อมาหลวงพ่อเฮงท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปในป่าดงดิบต่างๆ ถึงพม่า เขมรและลาวหลายครั้ง
และท่านก็เข้าใจธรรม ชาติของสัตว์ป่าได้ดี และสามารถเรียกอาการ 32 ของสัตว์ที่ตายแล้วให้มาเข้ารูปจำลองที่ได้สร้างขึ้นได้

จากการที่หลวงพ่อเฮงท่านได้ธุดงค์ไปตามป่าเขาต่างๆ ท่านจึงได้รู้ว่า
งาช้างที่มีการทนสิทธิ์ในตัวเองมี 2 ประเภทคือ งากำจัดและงากำจาย
งากำจัดคืองาที่ช้างตัวผู้ตกมันแทงงาหักติดกับต้นไม้
และงากำจายคืองาที่ช้างตัวผู้ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเป็นจ่าฝูง และแตกหักตกอยู่ในป่า


เมื่อหลวงพ่อเฮง ท่านพบก็จะเก็บไว้เพื่อนำมาสร้างเป็นเครื่องรางของขลังต่อมา
ซึ่งส่วนมากก็จะมาแกะเป็น รูปเสือ คชสีห์ สิงห์ และหมู หลวงพ่อเฮงเป็นต้น

หลวงพ่อเฮงได้กลับมาจากธุดงค์พอดีกับทางวัดว่างเจ้าอาวาส ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส
ปกครองวัดมหาโพธิ์ใต้ ในปี พ.ศ.2434 และได้เป็นพระกรรม วาจาจารย์
ต่อมาท่านก็ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดเขาดินควบคู่กันไปสองวัด
เนื่องจากวัดทั้งสองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน

ในปี พ.ศ. 2449 ก็ได้เป็นเจ้าอาวาสปกครองถึง 2 วัด คือวัดมหาโพธิ์ใต้และวัดเขาดิน ซึ่งอยู่สองฝั่งแม่น้ำปิง
ต่อมาท่านก็ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขาดินเนื่องจากทางวัดกำลังก่อสร้างศาลา การเปรียญอยู่

และได้มีเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านเลื่อมใสมากก็คือท่านได้บอกกับชาวบ้านว่า ให้จัดทำปะรำพิธีต้อนรับที่วัดเขาดิน
ชาวบ้านต่างไม่เข้าใจว่าให้สร้างทำไม และในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งเสด็จประพาสต้นไปกำแพงเพชร ทางชลมารคได้จอดเรือพระที่นั่งแวะที่วัดเขาดินโดยไม่มีหมายกำหนดการ
และชาวบ้านแถบนั้นไม่มีใครรู้


มีจดหมายเหตุของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 บันทึกไว้ว่า

"เมื่อมาถึงวัดเขาดินได้ยินเสียงมโหรีและพระสวด เห็นเวลายังวันอยู่จึงได้คิดแวะถ่ายรูป
แต่ชายหาดน้ำตื้นเรือใหญ่เข้าไปไม่ถึง ต้องลงเรือเล็กลำเลียงเข้าไปอีก เดินหาดร้อนเหลือกำลังทั้งเวลาก็บ่ายสี่โมงแล้ว
ไม่ตั้งใจจะขึ้นเขา แต่ครั้นเข้าถ่ายรูปที่เขาแล้วเห็นวัด วัดตระเตรียมแน่นหนามาก จึงเลยไปถ่ายรูป

ครั้นเข้าไปใกล้ดูคนตะเกียกตะกายกันหนักขึ้น จะต้องยอมขึ้นวัดๆ นี้มีเจ้าอธิการชื่อเฮง รูปพรรณสัณฐานดีกลางคนไม่หนุ่มไม่แก่
เป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่คนจะนับถือมากเพิ่งมาจากวัดมหาโพธิ์ใต้ที่ฝั่งตรงกันข้ามได้ 2 ปี
แต่มีคนแก่สัปบุรุษและชาวบ้านหลายคนมาคอยอธิบายชี้แจงโน้นนี่

เจ้าอธิการว่าได้สร้างศาลาไว้หลังหนึ่งขัดเครื่องมุง จึงให้เงิน 100 บาท ช่วยศาลานั้น
แล้วสัปบุรุษทายกชักชวนให้เข้าไปดูในวัด ซึ่งเชื่อเสียแล้วว่าจะไม่มีอะไร แต่ทนเสียงอ้อนวอนไม่ได้

ครั้นเข้าไปถึงลานวัดเห็นวัดใหญ่โตมาก เป็นที่รักษาสะอาดหมดจดอย่างยิ่ง รู้สึกสบาย
ถ่ายรูปแล้วพวกสัปบุรุษชวนให้ไปดูพระอุโบสถซึ่งอยู่บนเขา จึงรู้ว่ามีทางอีกทางหนึ่งสำหรับขึ้นมา
มีบันไดอิฐขึ้นตลอดจะต่ำกว่าเขาบวชนาคสักหน่อยแต่ทางขึ้นง่าย

ไม่ใช่เขาดินเป็นเขาศิลามีดินหุ้มอยู่แต่ตอนล่างๆ พวกสัปบุรุษพากันตักน้ำขึ้นไปไว้สำหรับให้กินจะให้อาบ
โบสถ์นั้นรูปโปร่งเป็นศาลา ไม่มีฝา หลังใหญ่มีพระเจดีย์องค์หนึ่ง แต่ข้างหลังโบสถ์และดูภูมิที่งดงามดี
คือมีบึงใหญ่เห็นจะเป็นลำเดียวกันกับบึงบ้านหูกวาง และเห็นเขาหลวงเมืองนครสวรรค์สกัดอยู่

ในที่สุดถ่ายรูปแล้วไล่เลียงเรื่องวัดนี้ ได้ความว่า พระครูหวาอยู่วัดมหาโพธิ์ใต้มาเริ่มสร้างได้ 80 ปีมาแล้ว
ได้ปฏิสังขรณ์ต่อๆ กันมา เจ้าอธิการได้เอาแหวนถักพิรอดมาแจก แหวนนั้นทำนองเดียวกับขรัวม่วงวัดประดู่
แต่ขรัวม่วงถักด้วยกระดาษลงรัก แต่นี่ถักด้วยด้ายทำเรียบร้อยดี"

ขณะที่อยู่ที่วัดเขาดิน การที่หลวงพ่อเฮงไปช่วยสร้างศาสนสถานที่วัดเขาดิน ท่านจึงปกครองทั้ง 2 วัด
คือวัดมหาโพธิ์ใต้และวัดเขาดิน ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามฝั่งแม่น้ำถือว่าเป็นวัดพี่วัดน้องกัน หลวงพ่อเฮงท่านเป็นพระสมถะ
กินง่ายอยู่ง่าย พบง่าย ชอบช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ท่านโปรดที่จะฉันข้าวกับกล้วยน้ำหว้าสุกงอม
กับน้ำปลา ปลาเค็ม ท่านเป็นที่รักเคารพและศรัทธาของชาวบ้าน

ต่อมาหลวงพ่อเฮงท่านก็ปรารถนาที่จะกลับมาจำพรรษาที่วัดมหาโพธิ์ใต้และอยู่
ตลอดเรื่อยมาจนท่านมรณภาพ ในเดือน 12 พ.ศ.2485 สิริอายุได้ 83 ปี พรรษาที่ 63

เครื่องรางของขลังที่มีชื่อเสียงก็คืองาช้างแกะ เป็นรูปสิงห์ เสือ คชสีห์ หลวงพ่อเฮงเป็นต้น ในปัจจุบันหาได้ยากมาก สนนราคาสูงมากพอสมควรครับ พุทธคุณเด่นทางด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี

 my41 my41 my41
สอบถามหลักสูตรยิงปืนชมรมกีฬายิงปืนกองปราบปราม + ฝากข่าวแวดวงชาวปืนลงหนังสือรายเดือนเพื่อคนรักมีดหัวใจปืน Guns&Blades <GB>
โทร 086-800-8181 ครูเพชร <SANDY> ยินดีบริการ

ออฟไลน์ ครูเพชร

  • Administrator
  • นักโพสระดับเทพ
  • *****
  • กระทู้: 17,816
  • < SANDY >
Re: หมูหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน ยุค 24..ต้นๆ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 09:56:53 AM »
จากเนื้อความ ในกระทู้ที่ 2 กล่าวถึง สัปบุรุษ นะคะ

ดี้ไปลองค้นหาความหมายของคำนี้มา อาจเพี้ยน มาจากคำเดิม คือคำว่า สัตบุรุษ ดังนี้ค่ะ

สัตบุรุษ : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สัตบุรุษ (อ่านว่า สัดบุหรุด) แปลว่า คนดี คนสงบ คนที่พร้อมมูลด้วยธรรม

สัตบุรุษ หมายถึงคนที่มีคุณธรรม คนที่เป็นสัมมาทิฐิ คนที่ประพฤติธรรมเป็นปกติ

สัตบุรุษ ในทางปฏิบัติคือคนที่ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม ๗ ประการ คือ

   1. เป็นผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการคือศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา
   2. ไม่ปรึกษาอะไรที่เบียดเบียนตนและผู้อื่น
   3. ไม่คิดอะไรเพื่อเบียดเบียนตนและผู้อื่น
   4. ไม่พูดอะไรเพือเบียดเบียนตนและผู้อื่น
   5. ไม่ทำอะไรเพือเบียดเบียนตนและผู้อื่น
   6. มีความเห็นชอบ เป็นสัมมาทิฐิ
   7. ให้ทานโดยความเคารพ ไม่ให้แบบทิ้งขว้าง

[แก้] อ้างอิง

    * พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548

 my41
สอบถามหลักสูตรยิงปืนชมรมกีฬายิงปืนกองปราบปราม + ฝากข่าวแวดวงชาวปืนลงหนังสือรายเดือนเพื่อคนรักมีดหัวใจปืน Guns&Blades <GB>
โทร 086-800-8181 ครูเพชร <SANDY> ยินดีบริการ

ออฟไลน์ N2

  • Administrator
  • นักโพสระดับเทพ
  • *****
  • กระทู้: 1,708
  • นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อนย่อมขึ้นสู่ที่สูงลำบาก
Re: หมูหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน ยุค 24..ต้นๆ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 10:03:01 AM »
ขอบคุณครับป้าดี้ ประวัติของหลวงพ่อเฮงอย่างละเอียด my18
อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล
อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย
 

ออฟไลน์ N2

  • Administrator
  • นักโพสระดับเทพ
  • *****
  • กระทู้: 1,708
  • นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อนย่อมขึ้นสู่ที่สูงลำบาก
Re: หมูหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน ยุค 24..ต้นๆ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 10:23:21 PM »
ประกวดมาแล้ว
อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล
อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย